Profiel van Apichajazja spaceFoto'sWeblogLijstenMeer Extra Help

Weblog


    27 maart

    เรียนซัมเมอร์วันเเรก

    ไม่รู้สิ  วันนี้ก็เป็นวันเเรกที่ต้องมานั่งเรียน
    กลับมาใช้ชีวิตเหมือนอย่างเคย
    ก็นั่งเรียนศร.1 นั่งหนาวมากๆ คิดถึงเสื้อกันหนาวเลย 
    เข้าใจน้องเลยว่าเวลาโดนเเอร์เป่าเป็นไง
    วันนี้อาจารย์สอนหน่อยเดียว ส่วนใหญ่  พูดนอกเรื่องทั้งนั้นเลย
    เรียนบ่ายสองเเต่เริ่มเรียนบ่ายสามครึ่ง
    เฮ้อ  ไม่รู้จาพูดทำไมให้ยืดยาว  เเค่ไล่น้องปี1ไปดรอป เเต่ต้องมานั่งความคิดเห็นจากพวกเราตั้งนาน
    พวกเราที่นั่งเรียนก็ไม่มีใครกล้าตอบกันว่าควรไล่หรือไม่ต้องไล่ไปดรอป
    ก็เเหม กลัวน้องสองคนนั้นเค้าจะเขม่นให้อ่ะสิ  ก็คิดดูนะ  น้องปี1 สองคนนี้ถ้าได้เรียน
    คนอื่นก็ต้องว่าอาจารย์อ่ะสิว่าทำไมสองคนนี้มีกรณีพิเศษทั้งๆที่เค้าห้ามน้องปี 1 ลง
     
    ส่วนวันนี้ได้เจอเพื่อนเยอะด้วย  เเอบเข้าไปนั่งเช็คเมลล์ในห้องวิชาการ
    เจอหนุ่ม เจน พีท อาร์ท  อั๋น  น้อง เเอปเปิ้ลเเละน้องเเตง
    หนุ่ม เธอดำขึ้นมากเเต่ว่าก็ไม่เเตกต่างจากเดิมสักเท่าไรซึ่งคุณเธอก็ดำอยู่เเล้วอ่ะนะ
    เเต่ทรงผมคุณเธอต้องไม่ให้เสียทรง  อิอิ เป็นหนุ่มหล่อก็ต้องเจ้าสำอางค์หน่อยเเหละ
    เจน ตอนนี้คุณเธอกลายเป็นหนุ่มป๊อบไปโดยปริยายครับท่าน
    เเหม  เป็นประธานชั่วคราวอ่ะนะ เเต่ว่า  ตำเเหน่งประธานมันก็ต้องดูเท่เป็นธรรมดา
    ไว้เขียนต่อ...........
     

    ข้อคิดประจำวันนี้

     
    เอามาจากเมลล์ที่ส่งมา  อ่านเเล้ว มันโดนใจเลยอยากเก็บไว้ในนี้
     

    เราต่างมีจินตนาการที่พึงใจซุกซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกทุกคน
    เรามองเห็นตัวเองโดยสารรถไฟไปตามเส้นทางอันยาวไกล
    จากหน้าต่างเราเห็นภาพต่าง ๆ ผ่านไปรถราขวักไขว่บนถนน
    เด็กน้อยโบกมือไหว ๆ อยู่ข้างทาง ฝูงวัวยืนเคี้ยวเอื้องอยู่กลางทุ่งหญ้า
    กลุ่มควันลอยตัวขึ้นสูงจากปล่องโรงไฟฟ้า นาข้าวเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
    ที่ราบสนับเนินสูง ตึกระฟ้าสลับศาลาเทศบาล

    แต่ใจของเรากลับจดจ่ออยู่ที่สถานีปลายทาง
    เมื่อเราไปถึงที่นั่น วงดุริยางค์จะเริ่มบรรเลง ธงทิวจะปลิวไสวู
    ความฝันจะกลายเป็นจริง แล้วเหตุการณ์ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
    จะปะติดปะต่อได้อย่างเหมาะเจาะเป็นภาพใหญ่ที่สมบูรณ์
    เราจึงพากันกระสับกระส่ายรุ่มร้อนกับการที่ต้องรอคอย
    เพราะเราเชื่อว่าเมื่อไปถึงสถานี เราจะได้มีความสุขกันเสียที
    บ้างก็ว่า "เมื่อซื้อรถเบนซ์รุ่นล่าสุด"
    "เมื่อส่งลูกทุกคนจนจบมหาวิทยาลัย" "เมื่อผ่อนบ้านหมด" และบ้างก็ว่า
    "เมื่อได้เลื่อนตำแหน่ง" "เมื่อถึงวันเกษียณอายุ"

    ทว่าในไม่ช้า เราก็ประจักษ์ว่าไม่มีสถานีปลายทาง
    ไม่มีสถานีที่ใดให้เราเดินทางไปถึงเพื่อจบสิ้นการรอคอย
    เพราะความสุขแท้จริงของชีวิตอยู่ที่การเดินทาง
    สถานีปลายทางเป็นเพียงภาพฝันอยู่
    ต่อให้เราเดินทางอีกยาวนานเพียงใด
    ก็ยังคงอยู่ไกลแสนไกลาว

    "จงเพลิดเพลินกับวันนี้" ดูจะเป็นคติประจำใจที่ดี
    เพราะสิ่งที่ทำให้มนุษย์มัวเมาคลุ้มคลั่งมิใช่ภาระอันหนักอึกในวันนี้
    แต่คือความเสียใจที่มีให้กับวันวาน
    และความหวาดกลัวต่อวันพรุ่งนี้ต่างหาก
    ทั้งสองเปรียบเสมือนโจรที่ปล้นเอาวันนี้ไปจากเรา

    เพราะฉะนั้น เลิกกระวนกระวายกับการรอยคอยให้ถึงสถานีปลายทางเสียเถอะ
    มาปีนป่ายภูเขา กินไอศครีม เดินเท้าเปล่า ลงเล่นน้ำในลำธาร
    ชื่นชมพระอาทิตย์ยามอัศดง หัวเราะให้มากขึ้น
    และพร่ำรำพันให้น้อยลง จงใช้ชีวิตทุกวันให้คุ้นค่า
    แล้วสถานีปลายทางจะปรากฏขึ้นเองเมื่อถึงเวลา

    พิธีปิดโครงการ17

    วันนี้ปิดโครงการเเล้ว   เฮ้อ..........เศร้าใจจัง  ใจหายยังไงก็ไม่รู้สิ
    จะไม่ได้เจอน้องๆอีกเเล้วเหรอเนี่ย  
    คงคิดถึงเสียงหัวเราะ มุกเเป๊กๆ กระดาน เเผ่นใส  ศร.3ชั้น4ที่ครึกครื้น  คิดถึงหลายๆอย่างที่ใช้ชีวิตร่วมกันเพียงไม่กี่วัน
    เเต่มันก้อรู้สึกผูกพันกับน้องอยู่เหมือนกันนะ  คิดถึงจัง
     
    พรุ่งนี้เปิดเรียนซัมเมอร์  ถ้าเราเดินผ่านไปทางศร.3นั่นหล่ะ   คงเงียบเหงาน่าดูเลยเนอะ
    จากที่เรายืนอยู่หน้าห้องเรียนเป็นคนสอน 
    พรุ่งนี้คงต้องไปนั่งเรียนตรงที่น้องๆเคยนั่งเรียนกัน เเล้วนั่งฟังอาจารย์จิงๆสอน
     
    .................เเต่ทว่า  คิดว่า นั่งเรียนไปไม่นาน  กลัวจะร้องไห้อีกรอบนี่สิ.......................
    กลัวจะมีภาพลอยมา  ตรงที่อาจารย์ยืนอยู่  ก็คงเป็นที่ๆเราเคยสอนน้อง
    ตรงที่เราเคยนั่งก็เป็นที่ๆน้องเคยนั่งเรียน
     
    พิธีปิดวันนี้   เเม้ว่าการเเสดงจะไม่ดีเท่าที่ควร   หลายจุดที่คิดว่าน้องคงขำ
    เเต่กลับเเป้กเกือบเพียบเลย  เเต่พอพิธีปิดจิงๆ ก็ยังคงความขลังยังไม่หายเลย
    มันเหมือนกับมนต์เสน่ห์ของงานนี้  ที่ทุกๆครั้ง พี่ๆทุกคนจะมาพูดความรู้สึกเป็นครั้งสุดท้าย
    เป็นการล่ำลา เเละกล่าวความรู้สึกในใจ  เเละน้องๆทุกคนจะตั้งใจฟังเเละเงียบกันทั้งอาคารจักรพันธ์
    ลองคิดดูสิ  เสียงที่เงียบ  มันกลับไม่เงียบสนิทจิงๆ  มันกลับกลายเป็นเสียงสะอึกสะอื้นที่ทุกคนเเอบร้องไห้กันอย่างเงียบๆ
    เห็นภาพน้องวันนี้  เรารู้สึกว่า มันจะไม่มีอย่างงี้อีกเเล้ว  จะจากกันไปจริงๆเเล้วเหรอ  ไม่ได้เจอกันอีกเเล้วเหรอ
    เฮ้อ...........มันเศร้านะ
     
    เมื่อก่อนเคยคิดว่า เมื่อไรจะสอนจบสักที  เหนื่อยเหมือนกัน อดนอนหลายๆคืน
    เเต่ว่าตอนนี้กลับคิดว่า อยากยืดเวลาออกไปอีกสักระยะหนึ่ง  ไม่ใช่สิ  นานๆเลยหล่ะ
    เเต่ว่าถ้านานเกินไปมันจะกลายเป็นความเฉยชาหล่ะสิเนี่ย
    ไม่รู้เหมือนกัน เเต่ที่รู้ๆ  เวลามันสั้นเกินไปหรือเปล่า  อยากหยุดเวลาของเราเอาไว้จิงๆ
     
    พอจบพิธีปิดเสร็จ  ก็ออกมาถ่ายรูปเเละเซนต์เฟรนด์ชิพให้น้องๆ
    เเต่ปีนี้รู้สึกน้องๆหลายคนกลับก่อนเยอะ เฟรนด์ชิพที่ให้พี่ๆเซนก็น้อยกว่าปีที่เเล้ว
    ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม  อาจเพราะน้องๆยังไม่ค่อยผูกพันกับพี่ๆมากเท่าที่ควรหรือเปล่า
    ปีนี้เลยเจอเหตุการณ์อย่างนี้   บางที อาจเป็นเพราะมีงานกีฬาช่อง 3 น้องโดดไปดูกันเยอะหล่ะมั้ง
    เเหงหล่ะ เห็นดาราดีกว่าเห็นพวกเรานี่  (หน้าตาที่เเสนจะธรรมดาด้วยซ้ำ) ดารามันนานๆได้เห็นทีก็จริง
    เเต่บางที ก็อยากให้น้องคิดเหมือนกันว่า  ดารานานๆเห็นตัวจริงซักทีก็จริง เเต่ว่า
    เราก็ยังมีโอกาสหลายครั้งที่ยังได้เห็นในทีวี  เเต่กลับพวกเราคนที่เเสนจะธรรมดา
    เเละวันนี้วันนสุดท้าย  ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไร หน้าตาเปลี่ยนไปยังไง มีใครรู้บ้าง
    เเล้วอยากเห็นหน้า ถ้ามาหา เเต่ถ้าพี่ๆไม่ว่าง เเล้วน้องจะเจอกันไหม เเล้ววันนี้มันเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เจอกันด้วย
    น้องๆเค้าน่าจะ.......บ้าง  เเต่ก็ช่างเถอะ มันเป็นสิทธืของของน้องนี่หน่า เราว่าเค้าไม่ได้อยู่เเล้ว
     
     
    เฮ้อ  เอาเป็นว่า  โครงการ17นี่  สุดยอดค่ะ  น้องๆน่ารักกันมากๆ เเละตั้งใจเรียนสุดๆเเม้จะมีเเอบหลับ กินขนมกันบ้าง
    เเล้วเเถมเราโดนน้องๆบังคับให้เป็นพี่ห้อง1  ห้องถามทำไมด้วย
    ก็ไม่เชิงบังคับหรอก  เราก็ดีใจนะที่น้องๆอยากให้เป็นพี่ห้อง  จาเองก็อยากเป็นด้วย น้องๆน่ารักนี่นา
    ก็เลยตอบตกลง ถึงเเม้ว่าตอบตกลงไป เเต่ว่าจารู้สึกว่า ยังทำหน้าที่ไม่ดีเลยอ่ะ
    ไม่ค่อยเอาใจใส่น้องเต็มที่จิงๆ  ก็เเหมเจนบอกว่า พี่ห้องที่เเท้จริง ก็พวกน้องปี1 ให้เค้าทำหน้าที่ไป
    ส่วนจาปี2เเล้ว เหมือนเคยผ่านประสบการณ์พี่ห้องตอนปี1เเล้ว ก็ปล่อยให้น้องเค้าทำบ้าง
    ที่จาจะทำได้  ก็ได้เเต่เพียงเป็นพี่ทีเอ นั่งหลังห้อง นั่งคุยกับน้องที่อยากปรึกษาบ้าง
    ทำได้เเค่นี้จริงๆ  ส่วนพูดหน้าห้อง หรือประกาศอะไรไปก็ต้องยกหน้าที่ให้น้องปี1เค้า
     
     
    อืม  ไม่รู้สิ  อยากบรรยายอะไร ก็บอกไปหมดเเล้ว เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย ไม่งั้นถ้าหากกลับไป
    จาอ่ะนะสงสัยต้องเเอบไปร้องไห้อีก เเน่เลย          อืม  งั้นเเค่นี้ก่อนดีกว่า ต้องรีบไปนอน
    เดี๋ยวต้องตื่นมาไปมหาลัย  ไปเรียนซัมเมอร์  ลงเเมท3ไป  ยังไม่รู้เลยว่าอีกตัวจะลงอะไรได้
    ต้องรีบไปเเต่เช้า  เเถมมีน้องห้อง1 อยากได้หนังสือ  เดี๋ยวน้องเค้าจะมาหาเเหละ อืม
    เเค่นี้ก่อนนะ                   
                                               นอนหลับฝันดีนะจา อย่ารอ้งไห้หล่ะ
     
     
    (มันเป็นการปลอบใจตัวเองอย่างหนึ่งยังไงก็ไม่รู้ เหมือนกับเขียนจดหมายให้ตัวเองยังไงยังงั้นเลย ตลกดีเหมือนกัน)